ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu): เปิดตำราความอร่อย และวิธีทานให้อร่อยเหมือนคนญี่ปุ่น
“ชาบู ชาบู” เสียงของการจุ่มเนื้อแล่บางลงในหม้อน้ำซุปร้อนๆ คือเสียงเรียกแห่งความสุขที่คุ้นเคยของใครหลายคน เมนูหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลิ้มลอง แต่เคยสงสัยไหมว่า ชาบู ชาบู ที่แท้จริงนั้นมีที่มาและความลึกซึ้งอย่างไร? และอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เมนูเรียบง่ายนี้อร่อยจนวางตะเกียบไม่ลง?
วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุมของชาบู ชาบู ตั้งแต่ต้นกำเนิด, ความแตกต่างจากสุกี้ยากี้, ไปจนถึงเคล็ดลับการทานให้อร่อยที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสจิตวิญญาณของเมนูนี้อย่างแท้จริง
ชาบู ชาบู คืออะไร?
ชาบู ชาบู (しゃぶしゃぶ) คือเมนูหม้อไฟญี่ปุ่น (Nabemono) ประเภทหนึ่ง ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำ เนื้อสัตว์แล่บางเฉียบ (โดยเฉพาะเนื้อวัว) และผักสดต่างๆ ลงไปจุ่มแกว่งในหม้อน้ำซุป “ดาชิ” (Dashi) ที่กำลังเดือดเบาๆ จนสุกพอดี แล้วนำขึ้นมาจุ่มในน้ำจิ้มรสเลิศก่อนรับประทาน
ชื่อ “ชาบู ชาบู” นั้นมาจากเสียง “จุ่มๆ แกว่งๆ” (Swish-swish) ของตะเกียบที่กำลังแกว่งเนื้ออยู่ในหม้อนั่นเอง
ชาบู ชาบู vs สุกี้ยากี้: ฝาแฝดที่แตกต่าง
หลายคนมักสับสนระหว่างสองเมนูนี้ แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างที่ชัดเจน:
| คุณลักษณะ | ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu) | สุกี้ยากี้ (Sukiyaki) |
| น้ำซุป | น้ำซุปใสรสอ่อน (ส่วนใหญ่เป็นดาชิ) | น้ำซุปรสเข้มข้น เค็มนำหวานตาม |
| วิธีการปรุง | “จุ่ม” (Dip) เนื้อและผักลงในน้ำซุปทีละชิ้น | “ผัดและต้ม” (Simmer) ส่วนผสมทั้งหมดรวมกันในหม้อ |
| วิธีการทาน | จุ่มน้ำจิ้ม (พอนสึ/โกมะ) ก่อนทาน | จุ่มไข่ดิบก่อนทาน |
| รสชาติโดยรวม | เน้นรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบ | รสชาติเข้มข้น ซอสซึมเข้าเนื้อ |
แล้ว “ชาบูน้ำดำ” ที่เราคุ้นเคยมาจากไหน?
สำหรับคนไทย “ชาบูน้ำดำ” คือหนึ่งในรสชาติยอดนิยมที่ขาดไม่ได้ แต่เคยสงสัยไหมว่าในญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมนั้นมีเมนูนี้อยู่จริงหรือไม่?
คำตอบคือ ชาบูน้ำดำที่เราทานกันนั้นได้รับแรงบันดาลใจและรสชาติมาจาก “น้ำซุปสุกี้ยากี้” (Sukiyaki) นั่นเอง
เดิมที ชาบู ชาบูแบบคลาสสิกของญี่ปุ่นจะเน้นน้ำซุปใส (ดาชิ) เพื่อชูรสชาติของวัตถุดิบ แต่เมื่อชาบู ชาบูแพร่หลายไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ก็ได้มีการปรับประยุกต์รสชาติให้ถูกปากคนท้องถิ่นมากขึ้น โดยการนำรสชาติ เค็ม-หวาน เข้มข้น ของน้ำซุปสุกี้ยากี้ที่เรียกว่า “วาริชิตะ” (Warishita) ซึ่งทำจากโชยุ, มิริน, น้ำตาล, และสาเก มาใช้เป็นหนึ่งในน้ำซุปทางเลือกสำหรับชาบู ชาบู
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รสชาติ “น้ำดำ” ที่เข้มข้นและมีกลิ่นหอมไหม้จางๆ นั้น ได้รับอิทธิพลโดยตรงมาจาก “สุกี้ยากี้สไตล์คันไซ” หรือแบบโอซาก้า ซึ่งจะเริ่มจากการ “ย่าง” เนื้อกับน้ำตาลและโชยุในกระทะก่อน แล้วจึงค่อยใส่ผักตามลงไป ทำให้ได้รสชาติที่จัดจ้านและมีมิติมากกว่า
ดังนั้น “ชาบูน้ำดำ” จึงเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่ลงตัว คือการนำ วิธีการทานแบบ “จุ่ม” ของชาบู ชาบู มารวมกับ รสชาติ “น้ำซุปเข้มข้น” ของสุกี้ยากี้ จนเกิดเป็นรสชาติใหม่ที่ถูกปากคนไทยอย่างแพร่หลาย และกลายเป็นหนึ่งในน้ำซุปมาตรฐานที่ร้านชาบูส่วนใหญ่ต้องมีนั่นเอง
องค์ประกอบแห่งความอร่อย: อะไรอยู่ในหม้อชาบู?
เสน่ห์ของชาบู ชาบู อยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยม
-
เนื้อสัตว์: หัวใจของเมนูคือเนื้อวัวคุณภาพดีที่แล่บางเฉียบจนแทบจะโปร่งแสง เช่น เนื้อวากิว, เนื้อสันนอก นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเล
-
ผักสด: ผักกาดขาว, ต้นหอมญี่ปุ่น, เห็ดหอม, เห็ดเข็มทอง, และผักกุ้ยช่าย (Shungiku) คือผักคลาสสิกที่ขาดไม่ได้
-
เครื่องเคียงอื่นๆ: เต้าหู้, เส้นอุด้ง หรือโมจิ มักจะถูกใส่ลงไปในช่วงท้ายเพื่อให้อิ่มท้อง
-
น้ำจิ้ม:
-
ซอสพอนสึ (Ponzu): ซอสรสเปรี้ยวเค็มสดชื่น ทำจากโชยุและน้ำผลไม้รสเปรี้ยว (เช่น ส้มยูสุ) เหมาะสำหรับตัดเลี่ยน
-
ซอสโกมะ (Goma Dare): ซอสงาขาวรสชาติหอมมัน กลมกล่อม เข้ากันได้ดีกับทั้งเนื้อและผัก
-
วิธีทานชาบู ชาบูให้อร่อยแบบต้นตำรับ
-
เริ่มจากผัก: นำผักที่สุกยาก เช่น ผักกาดขาว, แครอท, เห็ดหอม ลงไปในหม้อก่อนเพื่อทำให้น้ำซุปหวานขึ้น
-
บรรจงจุ่มเนื้อ: ใช้ตะเกียบคีบเนื้อเพียง หนึ่งชิ้น จุ่มลงไปแกว่งในน้ำซุป “ชาบู…ชาบู…” ประมาณ 2-3 ครั้ง หรือจนเนื้อเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อนๆ (อย่าต้มนานจนเนื้อแข็งกระด้าง)
-
จุ่มน้ำจิ้ม: นำเนื้อที่สุกพอดีขึ้นมาจุ่มในซอสพอนสึหรือโกมะตามชอบ
-
ซดน้ำซุป: เมื่อทานเนื้อและผักไปสักพัก น้ำซุปในหม้อจะยิ่งเข้มข้นและอร่อยขึ้นจากการสกัดรสชาติของวัตถุดิบทั้งหมด สามารถตักซดเพื่อลิ้มรสความกลมกล่อมนั้นได้
-
ปิดท้ายด้วยเส้น: เมื่อทานของสดใกล้หมด ให้นำเส้นอุด้งหรือข้าวสวยลงไปต้มในน้ำซุปที่เหลือ เป็นการปิดท้ายมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ
สัมผัสประสบการณ์ชาบู ชาบูระดับพรีเมียมที่ Abushi
ที่ Abushi เราเรียกเมนูหม้อไฟของเราว่า “ชาบู ชาบู” เพราะเราต้องการมอบประสบการณ์การทานที่สนุกสนานและคุ้นเคยกับคนไทย คือการได้ “จุ่ม” เนื้อและผักด้วยตัวเองทีละชิ้น แต่ในขณะเดียวกัน เราก็หลงใหลในรสชาติ “น้ำดำ” อันเข้มข้นของสุกี้ยากี้ เราจึงได้นำหัวใจของสุกี้ยากี้มาสร้างสรรค์เป็น “น้ำซุปชาบูน้ำดำ สูตรพิเศษ” ของเรา ที่มีความเข้มข้นกลมกล่อม แต่ปรับให้มีความเค็มน้อยลงเล็กน้อยเพื่อให้ซดได้คล่องคอมากขึ้น
ดังนั้น ชาบูน้ำดำของ Abushi จึงเป็นการผสมผสานที่ดีที่สุดของทั้งสองโลก: ได้ความสนุกของการ “จุ่ม” แบบชาบู ชาบู แต่ได้รสชาติที่ “เข้มข้น” เหมือนสุกี้ยากี้ นี่คือรสชาติที่ลงตัวซึ่งเราภูมิใจนำเสนอ
ยกความอร่อยกลับบ้าน: 2 ทางเลือกสำหรับคนรักหม้อไฟ
เพื่อให้คุณสามารถสร้างสรรค์มื้ออาหารญี่ปุ่นสุดพิเศษที่บ้านได้ Abushi ขอมอบ 2 ทางลัดสู่ความอร่อยระดับมาสเตอร์
1. สำหรับคนรัก “ชาบูน้ำดำ”: ซุปสุกี้ยากี้เข้มข้น สูตร Abushi
อยากทำ “ชาบูน้ำดำ” หรือ “สุกี้ยากี้” รสชาติเข้มข้นเหมือนที่ร้านใช่ไหม? “น้ำซุปสุกี้ยากี้เข้มข้น” ขวดนี้คือคำตอบ เพียงผสมกับน้ำตามอัตราส่วนที่แนะนำ คุณก็จะได้น้ำซุปสีดำรสเลิศที่พร้อมจะเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น
[➡️ คลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อ “น้ำซุปสุกี้ยากี้เข้มข้น“]
2. สำหรับคนรัก “ชาบูน้ำใส”: ผงดาชิ สูตรพรีเมียม
หากคุณอยากลองทำชาบู ชาบูสไตล์ดั้งเดิม หรือต้องการน้ำซุปใสรสอูมามิเพื่อใช้เป็นเบสสำหรับเมนูอื่นๆ “ผงดาชิ สูตรพรีเมียม” ของเราคือสิ่งที่ต้องมีติดครัว เพียงละลายในน้ำร้อน คุณก็จะได้น้ำซุปดาชิสีทองที่หอมกรุ่นและกลมกล่อม พร้อมใช้งานทันที
[➡️ คลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อ “ผงดาชิ สูตรพรีเมียม“]
ไม่ว่าคุณจะเลือกอร่อยกับ “ชาบูน้ำดำ” ที่ร้าน Abushi หรือจะสร้างสรรค์เมนูหม้อไฟในแบบฉบับของคุณเองที่บ้าน เราก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในมื้ออาหารที่แสนสุขของคุณ







