แนะนำ 12 เมืองออนเซ็นญี่ปุ่น ตั้งแต่ฮาโกเน่, เบปปุ, ยูฟุอิน, กินซัง, ไปจนถึงเมืองลับๆ พร้อมแนะนำเรียวกังน่าพัก

12 เมืองออนเซ็นน่าเที่ยวในญี่ปุ่น ที่ต้องไปสักครั้ง (อัปเดต 2025)

12 สุดยอดเมืองออนเซ็น ที่ต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต การอาบน้ำแร่แช่ออนเซ็น ไม่ใช่เป็นเพียงแค่กิจกรรมผ่อนคลาย แต่คือ “จิตวิญญาณ” ที่หยั่งรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมานานนับพันปี คือการชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ และเชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างแท้จริง และไม่มีวิธีไหนที่จะสัมผัสประสบการณ์นี้ได้ดีไปกว่าการเดินทางไปเยือน “เมืองออนเซ็น” ที่มีชื่อเสียง สำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่มองหาที่พักที่ตอบโจทย์เรื่องอาหารฮาลาลและที่ละหมาดโดยเฉพาะ สามารถอ่านคำแนะนำฉบับเต็มได้ที่ [ออนเซ็นมุสลิม] แต่ละเมืองมีเสน่ห์, บรรยากาศ, และสรรพคุณน้ำแร่ที่แตกต่างกันไป วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านออกเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น เพื่อค้นพบ 12 สุดยอดเมืองออนเซ็นที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร พร้อมแนะนำที่พักน่าสนใจ เพื่อให้คุณสามารถเลือกจุดหมายต่อไปที่ใช่สำหรับคุณ 1. ฮาโกเน่ (Hakone): ราชันย์แห่งออนเซ็นและประตูสู่ฟูจิ เหมาะสำหรับ: มือใหม่, คนที่มีเวลาน้อย, ครอบครัว, คนที่อยากเห็นภูเขาไฟฟูจิ ประสบการณ์: ฮาโกเน่คือ “ธีมพาร์คแห่งธรรมชาติ” ที่ครบเครื่องที่สุด เดินทางง่ายจากโตเกียว กิจกรรมอัดแน่นทั้งวัน ตั้งแต่นั่งรถไฟไต่เขา, ขึ้นกระเช้าข้ามหุบเขาไข่ดำโอวาคุดานิที่ยังมีควันคุกรุ่น, และล่องเรือโจรสลัดในทะเลสาบอาชิ โดยมีฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิอันงดงาม ฮาโกเน่ยังขึ้นชื่อเรื่องที่พักที่มี [ไพรเวทออนเซ็น] ให้เลือกมากมายอีกด้วย ไฮไลท์ห้ามพลาด: Hakone Open-Air Museum, ลิ้มลองไข่ดำที่เชื่อว่าช่วยยืดอายุขัย  เรียวกังน่าพัก: Hakone Kowakien Ten-yu: เรียวกังหรูที่ทุกห้องมีบ่อออนเซ็นส่วนตัวกลางแจ้ง  พร้อมวิวหุบเขาที่สวยงาม Hakone Yuryo: สำหรับ…

ยากิโซบะไก่ ฮาลาล อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม อบูชิ

Yakisoba

ยากิโซบะ (Yakisoba): ไม่ใช่แค่บะหมี่ผัด แต่คือจิตวิญญาณแห่งเทศกาลญี่ปุ่น เสียง “ฉ่าาา” ของเส้นบะหมี่ที่กระทบกับเตาเทปันยากิร้อนๆ, กลิ่นหอมหวานอมเปรี้ยวของซอสที่ลอยอบอวลไปทั่ว, และภาพของคัตสึโอะบุชิที่ “เต้นระบำ” อยู่บนจาน คือภาพจำของเมนูที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและพลังงาน นั่นคือ ยากิโซบะ (焼きそば) หรือบะหมี่ผัดสไตล์ญี่ปุ่น ยากิโซบะเป็นมากกว่าแค่อาหารจานด่วน แต่มันคือสัญลักษณ์ของความสนุกสนาน, เป็นราชาแห่งสตรีทฟู้ดในงานเทศกาลฤดูร้อน (Matsuri), และเป็น Comfort Food ที่อยู่ในใจคนญี่ปุ่นเสมอมา วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุมของยากิโซบะ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมเมนูนี้จึงอร่อยข้ามกาลเวลา ไขข้อข้องใจ: “ยากิโซบะ” ไม่ใช่ “โซบะ” นี่คือเรื่องน่าประหลาดใจแรกสำหรับหลายๆ คน แม้ว่าชื่อ “ยากิโซบะ” จะมีคำว่า “โซบะ” ซึ่งปกติหมายถึงบะหมี่ที่ทำจากแป้งบักวีต แต่เส้นที่ใช้ในเมนูนี้กลับ ไม่ใช่เส้นโซบะ เส้นที่ใช้ในยากิโซบะคือ “ชูกะเมน” (Chuka Men) หรือเส้นบะหมี่สไตล์จีนที่ทำจากแป้งสาลี ซึ่งเป็นเส้นประเภทเดียวกับที่ใช้ในราเม็งนั่นเอง เหตุผลที่ชื่อยังคงเป็น “โซบะ” นั้น สันนิษฐานว่ามาจากรากศัพท์ดั้งเดิมที่คนญี่ปุ่นใช้เรียก “บะหมี่” ในความหมายกว้างๆ นั่นเอง องค์ประกอบแห่งความอร่อย: อะไรอยู่ในจานยากิโซบะ? ความอร่อยที่สมบูรณ์แบบของยากิโซบะเกิดจากการผสมผสานของ 3 ส่วนหลัก: เส้น…

Japan Rail Pass (JR Pass) คุ้มหรือไม่? วิธีคำนวณและจองบน Klook

ญี่ปุ่น ประเทศแห่งโลกสวยงามและวัฒนธรรมที่หลากหลาย เป็นจุดหมายปลายทางในฝันของนักเดินทางทั่วโลก แต่ยังมีคำถามสำคัญที่ชาวท่องเที่ยวจะต้องตั้งให้ตัวเองอยู่เสมอ นั่นคือ “ฉันควรซื้อ Japan Rail Pass (JR Pass) หรือไม่?” JR Pass คืออะไร? Japan Rail Pass หรือ JR Pass เป็นบัตรโดยสารรถไฟแบบเหมาจ่ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้งานได้ทั่วประเทศญี่ปุ่น มันเป็นทางเลือกที่สะดวกสบายสำหรับการเดินทางข้ามเมือง โดย JR Pass สามารถให้คุณนั่งรถไฟได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งตามวันที่เลือก (7, 14 หรือ 21 วัน) นอกจากนี้ ยังรวมถึงรถไฟชินคันเซ็น (ยกเว้น Nozomi และ Mizuho) รถไฟด่วน รถไฟท้องถิ่น และแม้แต่งานขนส่งเสริมอื่นๆ เช่น รถบัสและเรือเฟอร์รี่ JR เข้าถึง JR Pass: คุ้มไหม? สำหรับการตัดสินใจว่าจะซื้อ JR Pass หรือไม่ คำตอบมักจะขึ้นอยู่กับแผนการเดินทางของคุณ หากคุณมีแผนที่จะเดินทางระยะไกลด้วยรถไฟชินคันเซ็นอย่างน้อยหนึ่งเที่ยว ถือว่าคุ้มค่าแน่นอน…

ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ฮาลาล (Japanese Curry Rice)

Japanese Curry Rice

แกงกะหรี่ญี่ปุ่น (Karē Raisu): เปิดตำนานข้าวแกงกะหรี่ Comfort Food ที่คนญี่ปุ่นหลงรัก ท่ามกลางอาหารญี่ปุ่นเลิศรสมากมาย มีเมนูหนึ่งที่อาจไม่ได้ดูหรูหรา แต่กลับครองใจคนญี่ปุ่นทั้งประเทศได้  นั่นคือ ข้าวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (カレーライス – Karē Raisu) กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่ลอยอบอวล, รสชาติที่เข้มข้นกลมกล่อม, และความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทันทีที่ได้ลิ้มลอง ทำให้เมนูนี้เป็นมากกว่าแค่อาหาร แต่คือ “Comfort Food” หรือ “Soul Food” ที่ผูกพันกับความทรงจำในวัยเด็กของชาวญี่ปุ่นทุกคน วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกเรื่องราวของแกงกะหรี่ญี่ปุ่น เพื่อให้เข้าใจว่าทำไมอาหารจานนี้จึงกลายเป็นเมนูประจำชาติที่ทุกคนหลงรัก แกงกะหรี่ญี่ปุ่นคืออะไร? แกงกะหรี่ญี่ปุ่นคือแกงที่มีลักษณะ ข้นหนืด ปรุงจากผักต่างๆ (ส่วนใหญ่มักจะเป็นมันฝรั่ง, แครอท, และหัวหอมใหญ่) และเนื้อสัตว์ เคี่ยวในซอสแกงกะหรี่จนเปื่อยนุ่ม แล้วนำมาราดบนข้าวสวยร้อนๆ เอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้แกงกะหรี่ญี่ปุ่นแตกต่างคือรสชาติที่ หวานนำเค็มตาม มีความกลมกล่อมของรสอูมามิ และ ไม่เผ็ดจัดจ้าน เหมือนแกงกะหรี่ของชาติอื่น ทำให้เป็นเมนูที่ทานง่าย ถูกปากคนทุกวัย ประวัติศาสตร์ที่น่าประหลาดใจ: แกงกะหรี่ที่ไม่ได้มาจากอินเดียโดยตรง หลายคนอาจคิดว่าแกงกะหรี่ของญี่ปุ่นต้องได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียโดยตรง แต่ความจริงแล้ว… แกงกะหรี่เข้าสู่ญี่ปุ่นผ่านทางประเทศอังกฤษ ในช่วงยุคเมจิ (ปลายศตวรรษที่ 19) ที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศ กองทัพเรืออังกฤษได้นำเมนู “สตูว์แกงกะหรี่” ซึ่งเป็นอาหารที่พวกเขาได้รับมาจากอินเดียอีกทอดหนึ่ง เข้ามาเผยแพร่ในญี่ปุ่น กองทัพเรือญี่ปุ่นในขณะนั้นเห็นว่าเมนูนี้ทำง่าย, มีคุณค่าทางโภชนาการสูง, และอร่อย จึงได้รับเข้ามาเป็นเมนูอาหารสำหรับทหารเรือ ต่อมาจึงได้มีการปรับปรุงรสชาติโดยการเพิ่มแป้งสาลีเพื่อให้ข้นขึ้นและเพิ่มความหวานจากผักและผลไม้ จนกลายเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อย่างทุกวันนี้…

ภาพเปรียบเทียบระหว่างชิโระมิโซะ (มิโซะขาว) สีอ่อน กับอะคามิโซะ (มิโซะแดง) สีน้ำตาลเข้ม

ศาสตร์แห่งการชะลอวัยในถ้วยซุปมิโซะ

ศาสตร์แห่งการชะลอวัยในถ้วยซุป: ไขความลับ “เมลานอยดิน” ในมิโซะที่ทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ เคยสังเกตไหมว่ามิโซะที่ซื้อมาเก็บไว้นานๆ สีจะค่อยๆ เข้มขึ้น? หลายคนอาจกังวลและคิดว่ามันคือสัญญาณของการเสื่อมสภาพ แต่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสีที่เข้มขึ้นนั้น คือสัญญาณของการก่อกำเนิดสุดยอดสารชะลอวัยที่ทรงพลัง และ รสชาติที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ เราจะพาไปไขความลับทางวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในมิโซะ เพื่อค้นหาคำตอบว่าทำไมอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมชนิดนี้จึงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ของชาวญี่ปุ่น “สีน้ำตาล” ที่ไม่ใช่การเสื่อมสภาพ แต่คือการสร้างคุณค่า ปรากฏการณ์ที่มิโซะมีสีเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction)” ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเดียวกันกับที่ทำให้ขนมปังปิ้ง เนื้อย่าง หรือกาแฟคั่วมีสีน้ำตาลและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ในมิโซะ ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นระหว่างกรดอะมิโนจากถั่วเหลืองและน้ำตาลจากข้าวที่ผ่านการหมัก ผลลัพธ์ที่ได้คือสารประกอบสีน้ำตาลที่เรียกว่า “เมลานอยดิน (Melanoidin)” ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้ “เมลานอยดิน” คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญต่อการชะลอวัย เมลานอยดิน คือสารสีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในกระบวนการหมักบ่มมิโซะ และมันไม่ได้มีดีแค่สีสัน แต่มีคุณสมบัติเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ร่างกายของเรามีการสร้างสิ่งที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ” (Active Oxygen) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเซลล์ ทำให้เกิดริ้วรอย กระ ฝ้า และความเสื่อมต่างๆ ของร่ายกาย หรือที่เราเรียกกันว่า “ความแก่ชรา” นั่นเอง หน้าที่ของเมลานอยดินในมิโซะก็คือการเข้าไปต่อสู้และกำจัดอนุมูลอิสระเหล่านี้ ช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย และนี่คือจุดเริ่มต้นของพลังแห่งการชะลอวัย ปรากฏการณ์สีเข้มขึ้นนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับประเภทของมิโซะด้วย:…

ภาพโตเกียวสกายทรี แลนด์มาร์กสำคัญและจุดชมวิวเมืองโตเกียว ในวันที่อากาศแจ่มใส

คู่มือเที่ยวโตเกียว 2025

คู่มือเที่ยวโตเกียวฉบับสมบูรณ์ (2025): ทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ก่อนเดินทางครั้งแรก โตเกียว… มหานครที่ไม่เคยหลับใหล คือจุดหมายที่เต็มไปด้วยพลังงาน, วัฒนธรรม, และรสชาติอันน่าทึ่ง แต่สำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก การทำความเข้าใจเมืองที่กว้างใหญ่แห่งนี้อาจเป็นเรื่องท้าทาย “ไปช่วงไหนดี?”, “แต่งตัวยังไง?”, “พักย่านไหน?” ไม่ต้องกังวล นี่คือ คู่มือเที่ยวโตเกียว ฉบับสมบูรณ์ที่สุด ที่จะทำหน้าที่เป็นเข็มทิศให้คุณ ตอบทุกคำถามที่นักเดินทางครั้งแรกสงสัย เพื่อให้ทริปของคุณเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและราบรื่นที่สุด ช่วงเวลาและฤดูกาล การเลือกช่วงเวลาเดินทางคือหัวใจสำคัญที่สุดของทริป เที่ยวโตเกียวฤดูไหนดีที่สุด? ฤดูกาล ช่วงเวลา ไฮไลท์ & กิจกรรม ใบไม้ผลิ ปลาย มี.ค. – พ.ค. ดีที่สุดสำหรับการชมดอกไม้! อากาศเย็นสบาย ชมซากุระ (ปลาย มี.ค. – ต้น เม.ย.), ดอกวิสทีเรีย, ชิบะซากุระ ฤดูร้อน มิ.ย. – ส.ค. อากาศร้อนชื้น เหมาะกับคนชอบความคึกคัก ชมเทศกาลฤดูร้อน (Matsuri) และดอกไม้ไฟ (Hanabi) ใบไม้ร่วง ก.ย. – พ.ย. อากาศดีที่สุด! ฟ้าใส เหมาะแก่การเดินเที่ยว ชมใบไม้เปลี่ยนสี (แปะก๊วยสีเหลืองทอง,…

ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu)

ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu): เปิดตำราความอร่อย และวิธีทานให้อร่อยเหมือนคนญี่ปุ่น

ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu): เปิดตำราความอร่อย และวิธีทานให้อร่อยเหมือนคนญี่ปุ่น “ชาบู ชาบู” เสียงของการจุ่มเนื้อแล่บางลงในหม้อน้ำซุปร้อนๆ คือเสียงเรียกแห่งความสุขที่คุ้นเคยของใครหลายคน เมนูหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลิ้มลอง แต่เคยสงสัยไหมว่า ชาบู ชาบู ที่แท้จริงนั้นมีที่มาและความลึกซึ้งอย่างไร? และอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เมนูเรียบง่ายนี้อร่อยจนวางตะเกียบไม่ลง? วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุมของชาบู ชาบู ตั้งแต่ต้นกำเนิด, ความแตกต่างจากสุกี้ยากี้, ไปจนถึงเคล็ดลับการทานให้อร่อยที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสจิตวิญญาณของเมนูนี้อย่างแท้จริง ชาบู ชาบู คืออะไร? ชาบู ชาบู (しゃぶしゃぶ) คือเมนูหม้อไฟญี่ปุ่น (Nabemono) ประเภทหนึ่ง ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำ เนื้อสัตว์แล่บางเฉียบ (โดยเฉพาะเนื้อวัว) และผักสดต่างๆ ลงไปจุ่มแกว่งในหม้อน้ำซุป “ดาชิ” (Dashi) ที่กำลังเดือดเบาๆ จนสุกพอดี แล้วนำขึ้นมาจุ่มในน้ำจิ้มรสเลิศก่อนรับประทาน ชื่อ “ชาบู ชาบู” นั้นมาจากเสียง “จุ่มๆ แกว่งๆ” (Swish-swish) ของตะเกียบที่กำลังแกว่งเนื้ออยู่ในหม้อนั่นเอง ชาบู ชาบู vs สุกี้ยากี้: ฝาแฝดที่แตกต่าง หลายคนมักสับสนระหว่างสองเมนูนี้ แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างที่ชัดเจน: คุณลักษณะ ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu) สุกี้ยากี้ (Sukiyaki)…