ยากินิกุ (Yakiniku) เนื้อญี่ปุ่น เนื้อA5 คุณภาพ ฮาลาล

ยากินิกุ (Yakiniku): ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนอร่อยกับเนื้อย่างญี่ปุ่น

ยากินิกุ (Yakiniku) เสียงฉ่าของไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อวัวลายหินอ่อนกระทบกับเตาถ่านร้อนๆ พร้อมกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยมาเตะจมูก คือเสน่ห์ที่ยากจะต้านทานของ “ยากินิกุ” (Yakiniku) หรือศิลปะการกินเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นที่ครองใจนักชิมทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย แต่นอกเหนือจากความอร่อยแล้ว ยากินิกุยังมีเรื่องราวและวัฒนธรรมการกินที่น่าสนใจซ่อนอยู่ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกแง่มุมของยากินิกุ ตั้งแต่ต้นกำเนิด ประเภทของเนื้อ ไปจนถึงเคล็ดลับการกินให้อร่อยที่สุด ยากินิกุคืออะไร? ไม่ใช่แค่วัฒนธรรมการกิน แต่คือการเฉลิมฉลอง “ยากินิกุ” (焼肉) ในภาษาญี่ปุ่นมีความหมายตรงตัวว่า “เนื้อย่าง” ซึ่งเป็นคำที่ใช้อธิบายรูปแบบการปรุงอาหารโดยการนำเนื้อสัตว์ขนาดพอดีคำมาย่างบนตะแกรงเหนือเตาถ่านหรือเตาแก๊ส แม้จะดูเรียบง่าย แต่หัวใจสำคัญของยากินิกุคือการให้ความสำคัญกับรสชาติแท้ๆ ของวัตถุดิบคุณภาพสูง โดยเฉพาะเนื้อวัว ในญี่ปุ่น การไปร้านยากินิกุมักจะเป็นโอกาสพิเศษสำหรับการสังสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นการฉลองความสำเร็จ เลี้ยงสังสรรค์ในบริษัท หรือใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว บรรยากาศที่สนุกสนานที่ทุกคนได้ลงมือย่างเนื้อกินเอง ทำให้มื้ออาหารมีชีวิตชีวาและน่าจดจำยิ่งขึ้น ย้อนรอยประวัติศาสตร์: จากเกาหลีสู่จิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่น แม้ว่ายากินิกุจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของอาหารญี่ปุ่น แต่ต้นกำเนิดของมันกลับมีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมบาร์บีคิวของเกาหลีอย่างแยกไม่ออก รูปแบบร้านยากินิกุในปัจจุบันได้รับการยอมรับว่าดัดแปลงมาจากร้านอาหารเกาหลีในโอซาก้าและโตเกียวที่เปิดโดยชาวเกาหลีในญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองราวปี ค.ศ. 1945 เดิมที ชาวญี่ปุ่นไม่นิยมบริโภคเนื้อสัตว์มากนัก จนกระทั่งยุคเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) ที่วัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามามีอิทธิพล และจักรพรรดิเมจิได้ทรงเสวยเนื้อโคในที่สาธารณะเพื่อส่งเสริมการบริโภค อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมการ “ย่างเนื้อ” ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงหลังสงคราม โดยปรับปรุงรสชาติจากบูลโกกิ (Bulgogi) ของเกาหลีให้ถูกปากคนญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนจากการหมักเนื้อรสจัด มาเป็นการเน้นรสชาติธรรมชาติของเนื้อ แล้วจิ้มกับซอส…

ภาพเปรียบเทียบระหว่างชิโระมิโซะ (มิโซะขาว) สีอ่อน กับอะคามิโซะ (มิโซะแดง) สีน้ำตาลเข้ม

ศาสตร์แห่งการชะลอวัยในถ้วยซุปมิโซะ

ศาสตร์แห่งการชะลอวัยในถ้วยซุป: ไขความลับ “เมลานอยดิน” ในมิโซะที่ทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ เคยสังเกตไหมว่ามิโซะที่ซื้อมาเก็บไว้นานๆ สีจะค่อยๆ เข้มขึ้น? หลายคนอาจกังวลและคิดว่ามันคือสัญญาณของการเสื่อมสภาพ แต่ความจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงของสีที่เข้มขึ้นนั้น คือสัญญาณของการก่อกำเนิดสุดยอดสารชะลอวัยที่ทรงพลัง และ รสชาติที่ลุ่มลึกยิ่งขึ้น อย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ เราจะพาไปไขความลับทางวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในมิโซะ เพื่อค้นหาคำตอบว่าทำไมอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมชนิดนี้จึงถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเคล็ดลับความอ่อนเยาว์ของชาวญี่ปุ่น “สีน้ำตาล” ที่ไม่ใช่การเสื่อมสภาพ แต่คือการสร้างคุณค่า ปรากฏการณ์ที่มิโซะมีสีเข้มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีที่เรียกว่า “ปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard Reaction)” ซึ่งเป็นปฏิกิริยาเดียวกันกับที่ทำให้ขนมปังปิ้ง เนื้อย่าง หรือกาแฟคั่วมีสีน้ำตาลและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ในมิโซะ ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นระหว่างกรดอะมิโนจากถั่วเหลืองและน้ำตาลจากข้าวที่ผ่านการหมัก ผลลัพธ์ที่ได้คือสารประกอบสีน้ำตาลที่เรียกว่า “เมลานอยดิน (Melanoidin)” ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่องนี้ “เมลานอยดิน” คืออะไร? และทำไมจึงสำคัญต่อการชะลอวัย เมลานอยดิน คือสารสีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในกระบวนการหมักบ่มมิโซะ และมันไม่ได้มีดีแค่สีสัน แต่มีคุณสมบัติเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ร่างกายของเรามีการสร้างสิ่งที่เรียกว่า “อนุมูลอิสระ” (Active Oxygen) อยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเซลล์ ทำให้เกิดริ้วรอย กระ ฝ้า และความเสื่อมต่างๆ ของร่ายกาย หรือที่เราเรียกกันว่า “ความแก่ชรา” นั่นเอง หน้าที่ของเมลานอยดินในมิโซะก็คือการเข้าไปต่อสู้และกำจัดอนุมูลอิสระเหล่านี้ ช่วยปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย และนี่คือจุดเริ่มต้นของพลังแห่งการชะลอวัย ปรากฏการณ์สีเข้มขึ้นนี้ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับประเภทของมิโซะด้วย:…

ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu)

ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu): เปิดตำราความอร่อย และวิธีทานให้อร่อยเหมือนคนญี่ปุ่น

ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu): เปิดตำราความอร่อย และวิธีทานให้อร่อยเหมือนคนญี่ปุ่น “ชาบู ชาบู” เสียงของการจุ่มเนื้อแล่บางลงในหม้อน้ำซุปร้อนๆ คือเสียงเรียกแห่งความสุขที่คุ้นเคยของใครหลายคน เมนูหม้อไฟสไตล์ญี่ปุ่นนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในอาหารยอดนิยมที่ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลิ้มลอง แต่เคยสงสัยไหมว่า ชาบู ชาบู ที่แท้จริงนั้นมีที่มาและความลึกซึ้งอย่างไร? และอะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เมนูเรียบง่ายนี้อร่อยจนวางตะเกียบไม่ลง? วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกแง่มุมของชาบู ชาบู ตั้งแต่ต้นกำเนิด, ความแตกต่างจากสุกี้ยากี้, ไปจนถึงเคล็ดลับการทานให้อร่อยที่สุด เพื่อให้คุณได้สัมผัสจิตวิญญาณของเมนูนี้อย่างแท้จริง ชาบู ชาบู คืออะไร? ชาบู ชาบู (しゃぶしゃぶ) คือเมนูหม้อไฟญี่ปุ่น (Nabemono) ประเภทหนึ่ง ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การนำ เนื้อสัตว์แล่บางเฉียบ (โดยเฉพาะเนื้อวัว) และผักสดต่างๆ ลงไปจุ่มแกว่งในหม้อน้ำซุป “ดาชิ” (Dashi) ที่กำลังเดือดเบาๆ จนสุกพอดี แล้วนำขึ้นมาจุ่มในน้ำจิ้มรสเลิศก่อนรับประทาน ชื่อ “ชาบู ชาบู” นั้นมาจากเสียง “จุ่มๆ แกว่งๆ” (Swish-swish) ของตะเกียบที่กำลังแกว่งเนื้ออยู่ในหม้อนั่นเอง ชาบู ชาบู vs สุกี้ยากี้: ฝาแฝดที่แตกต่าง หลายคนมักสับสนระหว่างสองเมนูนี้ แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างที่ชัดเจน: คุณลักษณะ ชาบู ชาบู (Shabu-Shabu) สุกี้ยากี้ (Sukiyaki)…

ดังโงะ (Dango) ฮาลาล

Dango

ดังโงะ (Dango): เปิดตำนานขนมญี่ปุ่นเสียบไม้ ความอร่อยที่ผูกพันกับทุกฤดูกาล หากพูดถึง ขนมญี่ปุ่น ที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บ ภาพของก้อนแป้งกลมๆ สีขาวหรือหลากสีสัน ที่ถูกเสียบไม้อย่างน่ารัก คงเป็นภาพแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง ขนมชนิดนั้นมีชื่อว่า ดังโงะ (Dango) ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงของหวานหน้าตาน่ารัก แต่ยังเป็น “วากาชิ” (Wagashi) หรือขนมญี่ปุ่นโบราณที่หยั่งรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นมานานหลายร้อยปี วันนี้ [ชื่อร้านอาหารของคุณ] จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับดังโงะให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ไปจนถึงรสชาติที่หลากหลาย เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมขนมที่ดูเรียบง่ายชนิดนี้จึงเป็นที่รักของผู้คนทุกเพศทุกวัย ดังโงะ คืออะไร? ดังโงะ (団子) คือขนมญี่ปุ่นที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า (Jōshinko) หรือแป้งข้าวเหนียว (Shiratamako) นำมาผสมกับน้ำหรือน้ำร้อนแล้วนวดจนเป็นก้อน จากนั้นจึงปั้นเป็นเม็ดกลมๆ นำไปต้มหรือนึ่งจนสุก แล้วนำมาเสียบไม้ (โดยทั่วไปคือ 3-5 ลูกต่อไม้) หัวใจของดังโงะคือเนื้อสัมผัสที่ เหนียว นุ่ม หนึบ และรสชาติที่เรียบง่ายของข้าว ซึ่งทำหน้าที่เป็น καμβάς ให้กับซอสหรือเครื่องปรุงต่างๆ ที่จะมาเพิ่มรสชาติให้สมบูรณ์แบบ ดังโงะยอดนิยม ที่คุณต้องลองสักครั้ง โลกของดังโงะมีความหลากหลายมากกว่าที่คุณคิด แต่มี 2 ชนิดหลักๆ ที่ถือเป็น “ราชาและราชินี” แห่งวงการดังโงะ 1. มิตาราชิ ดังโงะ (Mitarashi Dango /…

ค้นพบเรื่องราวของ โอนิกิริ (Onigiri) ข้าวปั้นญี่ปุ่นที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง พร้อมเคล็ดลับ วิธีทำโอนิกิริ ทำข้าวซูชิให้อร่อยเหมือนร้านซูชิด้วยน้ำส้มปรุงข้าวสูตรพิเศษ , น้ำส้มปรุงข้าวซูชิ, ไส้โอนิกิริ, Abushi

Onigiri

โอนิกิริ (Onigiri): ไม่ใช่แค่ข้าวปั้นสามเหลี่ยม แต่คือจิตวิญญาณแห่งอาหารญี่ปุ่น ในโลกของอาหารญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเมนูอันหรูหราและซับซ้อน ยังมีอาหารชนิดหนึ่งที่ยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลาด้วยความเรียบง่ายแต่อบอุ่นหัวใจ นั่นก็คือ โอนิกิริ (Onigiri) หรือ “ข้าวปั้นญี่ปุ่น” ก้อนข้าวอุ่นๆ ที่ถูกปั้นอย่างบรรจง สอดไส้รสเลิศ และห่อด้วยสาหร่ายแผ่นกรอบ คือภาพจำที่ทุกคนคุ้นเคย แต่เคยสงสัยไหมว่า… ทำไมข้าวปั้นก้อนเล็กๆ นี้จึงมีความสำคัญและผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง? วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปเปิดตำนานของโอนิกิริ เพื่อให้คุณเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาหาร แต่คือ “Soul Food” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและประวัติศาสตร์ โอนิกิริ คืออะไร? โอนิกิริ (おにぎり) หรือที่อาจเรียกอีกชื่อว่า โอมุสุบิ (おむすび) คือข้าวญี่ปุ่นที่ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย แล้วปั้นเป็นรูปทรงต่างๆ (ที่นิยมที่สุดคือทรงสามเหลี่ยม) โดยอาจสอดไส้ต่างๆ ไว้ตรงกลาง และมักจะห่อด้วยสาหร่ายโนริ (Nori) หัวใจสำคัญของโอนิกิริคือความ “สะดวก” และ “อิ่มท้อง” มันคืออาหารที่พกพาง่าย เหมาะสำหรับเป็นมื้อกลางวัน (เบนโตะ), อาหารว่างระหว่างเดินทาง, หรือมื้อด่วนในวันที่เร่งรีบ ประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี หลายคนอาจคิดว่าโอนิกิริเป็นอาหารยุคใหม่ แต่ความจริงแล้วมันมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าซูชิเสียอีก มีหลักฐานทางโบราณคดีพบก้อนข้าวที่ถูกปั้นจนแข็งในซากปรักหักพังสมัยยาโยอิ (ประมาณ 300…

คัตสึโอะบุชิ (Katsuobushi _ 鰹節)_ ปลาโอแห้งรมควัน อูมามิ วิธีทำดาชิ โดยใช้ปลาโอแห้ เป็นส่วนประกอบหลักของ ดาชิ (Dashi)

ดาชิ (Dashi) คืออะไร: ไขความลับ “หัวใจแห่งรสอูมามิ” ในทุกเมนูอาหารญี่ปุ่น

ดาชิ (Dashi) คืออะไร: ไขความลับ “หัวใจแห่งรสอูมามิ” ในทุกเมนูอาหารญี่ปุ่น เคยสงสัยไหมว่า… ทำไมซุปมิโซะถ้วยร้อนถึงมีรสชาติที่ลุ่มลึกและกลมกล่อม? ทำไมน้ำจิ้มเทมปุระถึงมีรสเค็มอมหวานที่ลงตัว? หรือทำไมไข่ม้วนญี่ปุ่น (Tamagoyaki) ถึงมีความนุ่มชุ่มฉ่ำไม่เหมือนใคร? คำตอบของทุกคำถามซ่อนอยู่ในส่วนผสมเพียงหนึ่งเดียวที่เปรียบเสมือน “หัวใจ” ของการทำอาหารญี่ปุ่น นั่นก็คือ ดาชิ (Dashi) หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อนี้ แต่ ดาชิคืออะไร กันแน่? และทำไมมันถึงสำคัญจนขาดไม่ได้? วันนี้ Abushi จะพาทุกท่านไปไขความลับของน้ำซุปมหัศจรรย์นี้ เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมดาชิจึงเป็นรากฐานแห่งรสชาติที่แท้จริงของญี่ปุ่น ดาชิ คืออะไร? ดาชิ (出汁) คือ น้ำซุปใส ของญี่ปุ่นที่ได้จากการสกัดรสชาติและกลิ่นหอมของวัตถุดิบต่างๆ ผ่านการแช่หรือต้มในระยะเวลาสั้นๆ ดาชิไม่ได้มีหน้าที่ปรุงรสให้ “เค็ม” หรือ “หวาน” โดยตรง แต่ทำหน้าที่เป็น “เบส” (Base) ที่ช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบอื่นๆ ในจานให้โดดเด่นและกลมกล่อมยิ่งขึ้น หัวใจสำคัญที่ดาชิมอบให้คือรสชาติที่ 5 ที่เรียกว่า “อูมามิ” (Umami) ซึ่งเป็นรสกลมกล่อม นัวลึก ที่ทำให้เรารู้สึก “อร่อย” และพึงพอใจ ดาชิทำมาจากอะไร? ส่วนผสมหลักแห่งความอร่อย แม้ดาชิจะมีหลายสูตร แต่ส่วนผสมคลาสสิกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดมีเพียง 2 อย่างเท่านั้น เรียกว่า “อาวาเสะ ดาชิ” (Awase Dashi) คอมบุ (Kombu…

สาหร่ายโนริ ประโยชน์ สรรพคุณ

สาหร่ายโนริ: ประโยชน์ สรรพคุณ และวิธีเลือกฉบับสมบูรณ์

สาหร่ายโนริ: ประโยชน์ สรรพคุณ และวิธีเลือกฉบับสมบูรณ์ เมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่น หลายคนคงนึกถึงภาพของซูชิคำโต ข้าวปั้นสามเหลี่ยม (โอนิกิริ) หรือราเม็งร้อนๆ สิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนพระเอกเงาอยู่เบื้องหลังเมนูเหล่านี้ก็คือ “สาหร่ายโนริ” แผ่นสีดำอมเขียวที่มอบทั้งรสชาติอูมามิและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เคยสงสัยไหมว่า วัตถุดิบที่ดูเรียบง่ายนี้มีความเป็นมาที่น่าทึ่งและซ่อนคุณประโยชน์ต่อสุขภาพไว้อย่างมหาศาล วันนี้ เราจะพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกของสาหร่ายโนริ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี สู่เคล็ดลับการเลือกแบบมืออาชีพ และเปิดคัมภีร์ประโยชน์เพื่อสุขภาพที่ทำให้โนริกลายเป็น “ซูเปอร์ฟู้ดแห่งท้องทะเล” อย่างแท้จริง สารบัญ (Table of Contents) สาหร่ายโนริคืออะไร? ทำมาจากอะไรกันแน่? ตำนานพรแห่งท้องทะเล: ประวัติศาสตร์ของสาหร่ายโนริ เปิด 7 คุณประโยชน์ของสาหร่ายโนริ: ซูเปอร์ฟู้ดที่คุณทานอยู่ทุกวัน 1. ขุมทรัพย์แห่งไอโอดีน บำรุงไทรอยด์ 2. อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุเข้มข้น 3. โปรตีนสูงกว่าที่คิด 4. ใยอาหารสูง ดีต่อลำไส้ 5. แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระทรงพลัง 6. มีกรดไขมันโอเมก้า 3 7. อาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เคล็ดลับจากครัว Abushi: วิธีเลือกและเก็บรักษาสาหร่ายโนริ สัมผัสรสชาติของโนริคุณภาพเยี่ยมได้ที่ร้าน Abushi สาหร่ายโนริคืออะไร? ทำมาจากอะไรกันแน่?…

เส้นราเมงมีกี่แบบ_ ประเภทของเส้นราเมง

เส้นราเมง: เจาะลึกทุกมิติ ตั้งแต่ส่วนผสม รูปร่าง ปริมาณน้ำ และเคล็ดลับความอร่อย

ราเมง (Ramen) เมนูเส้นยอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่ไม่ได้มีดีแค่ซุปเข้มข้นและท็อปปิ้งจัดเต็ม แต่หัวใจสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือ “เส้นราเมง” นั่นเอง! เคยสงสัยไหมว่าทำไมเส้นราเมงถึงมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นตรง เส้นหยิก แล้วแต่ละแบบต่างกันยังไง? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกมิติของเส้นราเมง ตั้งแต่ส่วนผสม รูปร่าง ปริมาณน้ำ และเคล็ดลับความอร่อย ที่จะทำให้คุณเข้าใจและหลงรักราเมงมากยิ่งขึ้น! เส้นราเมงทำจากอะไร? เส้นราเมง (Ramen noodles) ทำจากส่วนผสมหลักๆ ดังนี้: แป้งสาลี: หัวใจสำคัญที่สุดในการทำเส้นราเมง เพราะปริมาณและชนิดของโปรตีนในแป้งสาลีส่งผลต่อความเหนียวนุ่มของเส้นโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณโปรตีน ซึ่งมีผลต่อความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้น น้ำ: ปริมาณน้ำที่ใช้มีผลต่อ Texture ของเส้นเช่นกัน โดยเส้นที่ใช้น้ำมากจะมีความนุ่มมากกว่า คันซุย (Kansui): ส่วนผสมลับที่ขาดไม่ได้ คันซุยคือสารประกอบอัลคาไลน์ (ด่าง) ที่เป็นเอกลักษณ์ของราเมง ที่ทำให้เส้นราเมงแตกต่างจากเส้นก๋วยเตี๋ยวทั่วไปอย่างสิ้นเชิง คันซุยให้รสชาติ Texture และสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ เกลือ: ช่วยเพิ่มรสชาติและควบคุมการทำงานของกลูเตนในแป้ง ส่วนผสมอื่นๆ (Optional): เช่น ไข่ เพื่อเพิ่มความนุ่มและสีสันให้กับเส้น เส้นราเมงมีกี่แบบ? ประเภทของเส้นราเมง (Types of Ramen Noodles): เราสามารถแบ่งประเภทของเส้นราเมงได้ตาม 3 ปัจจัยหลัก:…

ความเหมือนที่แตกต่าง ฟัวกราส์ VS ตับปลาอังกิโมะ (ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล)

ความเหมือนที่แตกต่าง ฟัวกราส์ VS ตับปลาอังกิโมะ (ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล) ถ้าพูดถึง “ฟัวกราส์ ตับห่าน หลายๆท่านน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี แต่ถ้าพูดถึง “ฟัวกราส์แห่งท้องทะเลหรือตับปลาอังกิโมะ’’ น่าจะทำให้หลายคนชวนสงสัย . ฟัวกราส์ ในภาษาฝรั่งเศส หมายถึง “ตับอ้วน” เป็นเมนูที่ได้จากตับเป็ดหรือตับห่าน มีรสชาตินุ่มนวล แทบละลายในปาก ถือว่าเป็นอาหารสุดหรูแต่ก็มีไขมันมาก และมีเส้นใยมากเช่นกัน . ส่วนตับปลาอังกิโมะนั้น เป็นตับที่ได้จากปลา Monkfish ที่อยู่ในทะเลน้ำลึก ตับปลาอังกิโมะ จะมีความนุ่มละมุนโดดเด่นไม่เหมือนใคร และมีไขมันน้อยกว่าตับห่าน มีกลิ่นความเป็นเอกลักษณ์ของทะเลเบาๆ ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสรสชาติและเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลแสนอร่อย แถมมีคุณประโยชน์มากมาย เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศจนได้รับสมญานามว่า “ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล” ….สายลองต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง . พร้อมเสิร์ฟทั้งสองสาขานะครับ สิทธิ์พิเศษสำหรับสมาชิกทุกท่าน เพียงแจ้งเบอร์สมาชิก สามารถสั่งซื้อได้ในราคาพิเศษ

1 ใน 10 วัตถุดิบที่สายญี่ปุ่นต้องลอง

ถ้าพูดถึงวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่น คงจะบรรยายไม่หมดสำหรับวัตถุดิบที่เลอค่า … แต่ถ้าให้ยกมา 1 ชนิดต้องขอยกให้ “ตับปลาอังกิโมะ” เป็น1 ใน 10 วัตถุดิบที่สายญี่ปุ่นต้องลอง  ด้วยความที่เป็นวัตถุดิบตามฤดูกาล ใน 1 ปี จะมีช่วงที่แสนอร่อยเพียงครั้งเดียว และที่สำคัญ คือ ทางร้าน Abushi ของเรา นำเข้ามาแบบสดๆ มาปรุงสุกแบบฮาล้าล ทำให้มีรสชาติที่นุ่มนวลในแบบของเรา แถมละมุนละลายในปาก และยังมีคุณประโยชน์ต่างๆ ทำให้เมื่อได้สัมผัสลิ้มลองแล้ว จะต้องจดจำความเป็นเอกลักษณ์นี้อย่างแน่นอน จนเราต้องขอยกให้เป็น #วัตถุดิบแห่งปี #ฟัวกราส์แห่งท้องทะเล  ก่อนจะหมดฤดูกาลความอร่อยของ “ตับปลาอังกิโมะ” ลูกค้าท่านใดที่อยากเปิดประสบการณ์ความแปลกใหม่ ต้องรีบมาลองนะครับ รอช้าไม่ได้แล้ว รีบมาก่อนสินค้าจะหมดนะครับ  จองผ่านไลน์ @abushi หรือโทร ประชาอุทิศ : 065 5987 000 เปิดบริการ 10.00 – 22.00 น. (หยุดทุกวันพุธ) บางอ้อ : 097 097 6861 เปิดบริการทุกวัน 10.00 –…

ทำไมซูชิทั่วไปถึงไม่ฮาลาล

ทำไมซูชิทั่วไปถึงไม่ฮาลาล

ซูชิฮาลาล หรือไม่ฮาลาล ซูชิ เมนูทานง่าย ที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ ซูชิฮาลาล ไม่ได้มีวางขายอยู่ทั่วไป เพราะต้องใช้วัตถุดิบที่ฮาลาลโดยเฉพาะ วัตถุดิบหลักของซูชิ ประกอบด้วยข้าวและวัตถุดิบที่วางบนข้าว (ปลาหรือวัตถุดิบอื่น ๆ) โดยมีการนำข้าวสวยมาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ จากนั้นนำวัตถุดิบไปวางบนก้อนข้าว ซูชิมักเสิร์ฟพร้อมกับเครื่องปรุงรส เช่น โชยุ วาซาบิ (พืชชนิดหนึ่งของญี่ปุ่น) และขิงดอง  ซูชิทั่วไป ฮาลาล หรือไม่ ซูชิฮาลาล หรือไม่ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ และวิธีการเตรียมซูชิ  ศาสนาอิสลามได้ห้ามการบริโภคอาหารและส่วนผสมบางอย่าง คือ: เนื้อหมูและสิ่งที่ได้จากหมู: เนื้อหมูถือเป็นสิ่งต้องห้าม (ฮะรอม) ในศาสนาอิสลาม ดังนั้นซูชิใดๆ ที่มีเนื้อหมูหรือส่วนผสมจากเนื้อหมูจะไม่ฮาลาล แอลกอฮอล์: ไม่อนุญาตให้ใช้แอลกอฮอล์ ทั้งในการปรุงอาหาร และเตรียมอาหารฮาลาล การปนเปื้อนสิ่งที่ต้องห้าม (ฮะรอม): หากใช้ส่วนผสมที่ไม่ฮาลาลบนพื้นผิวหรือเครื่องใช้เดียวกันกับส่วนผสมฮาลาล อาจมีความกังวลเกี่ยวกับการปนเปื้อน ซูชิ มีความเสี่ยงของวัตถุดิบหลายตัวที่จะไม่ฮาลาล เช่น: ข้าวซูชิ ข้าวซูชิส่วนใหญ่จะมีส่วนประกอบของน้ำส้มสายชูข้าว “Mizukan” เป็นน้ำส้มสายชูข้าวยี่ห้อหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในการปรุงอาหารญี่ปุ่น ใช้ในซูชิและอาหารอื่นๆ ซึ่งน้ำส้มสายชูนี้จะมีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์ ทำให้มุสลิมไม่สามารถทานได้…

ซูชิพรีเมียม ฮาลาล อบูชิ Abushi อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม

sushi

ซูชิ (Sushi)  ซูชิ (Sushi) คืออาหารญี่ปุ่นยอดนิยมที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายและรสชาติอันประณีตของอาหารญี่ปุ่น คำว่า “ซูชิ” จริงๆ แล้วหมายถึงอาหารที่ทำจากข้าวผสมน้ำส้มสายชูหมักผสมกับส่วนผสมต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงอาหารทะเล ปลาหรือวัตถุดิบอื่น ๆ คำว่า ซูชิ มาจากไหน ซูชิมีรากศัพท์มาจากคำว่า “สุ” (Su) ซึ่งหมายถึงข้าวสวยที่ผสมกับน้ำจิ้ม และ “ชิ” (Shi) หมายถึงปลาหรือวัตถุดิบอื่น ๆ ที่วางด้วย   ซูชิประกอบด้วยอะไรบ้าง เมนูซูชิประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ข้าวที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชูและท็อปปิ้งหรือไส้ที่วางอยู่ด้านบนของข้าว ข้าวปรุงรสด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ท็อปปิ้งอาจแตกต่างกันมาก และอาจรวมถึงปลาดิบ อาหารทะเลปรุงสุก ผัก หรือแม้แต่ออมเล็ต ส่วนผสมได้รับการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันเพื่อเติมเต็มข้าวและให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่สมดุล   วิธีทำซูชิ ข้าวสวยและวัตถุดิบบนข้าว (ปลาหรือวัตถุดิบอื่น ๆ) โดยมีการนำข้าวสวยมาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ จากนั้นนำวัตถุดิบไปวางบนก้อนข้าว ทานพร้อมซอสและเครื่องเคียงเช่นขิงดอง   ประเภทของซูชิ ซูชิมีหลายประเภท แต่ละประเภทมีวิธีการเตรียมและรูปแบบการนำเสนอที่แตกต่างกัน: นิกิริซูชิ: ซูชิปั้นด้วยมือ…

ซาชิมิ (Sashimi)

30 เมนูเด็ด อาหารญี่ปุ่นยอดฮิตที่ต้องลองเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น

30 เมนูอาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ที่ต้องลองเมื่อได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ญี่ปุ่น เป็นประเทศยอดฮิต เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของใครหลายๆคน ด้วยวัฒนธรรม ความสะอาด ความเป็นระเบียบ และอาหารญี่ปุ่นที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถัน มีเอกลักษณ์โดดเด่น ทำให้ประเทศญี่ปุ่นมีเสน่ห์เฉพาะตัว ใครไปก็หลงรัก และต้องกลับมาเที่ยวซ้ำแล้วซ้ำอีก ไปเที่ยวถึงถิ่นทั้งที่ก็ต้องลอง เมนู อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม มีอะไรบ้าง เรามาทำครวามรู้จักกับเมนูอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตกันเลย 1. ซูชิ (Sushi)   ซูชิ (Sushi) คือ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยม ที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายและรสชาติอันประณีตของอาหารญี่ปุ่น คำว่า “ซูชิ” จริงๆ แล้วหมายถึงอาหารที่ทำจากข้าวผสมน้ำส้มสายชูหมักผสมกับส่วนผสมต่างๆ ซึ่งอาจรวมถึงอาหารทะเล ปลาหรือวัตถุดิบอื่น ๆ ซูชิมีรากศัพท์มาจากคำว่า “สุ” (Su) ซึ่งหมายถึงข้าวสวยที่ผสมกับน้ำจิ้ม และ “ชิ” (Shi) หมายถึงปลาหรือวัตถุดิบอื่น ๆ ที่วางด้วย เมนูซูชิประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ ข้าวที่ปรุงด้วยน้ำส้มสายชูและท็อปปิ้งหรือไส้ที่วางอยู่ด้านบนของข้าว ข้าวปรุงรสด้วยส่วนผสมของน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ ท็อปปิ้งอาจแตกต่างกันมาก และอาจรวมถึงปลาดิบ อาหารทะเลปรุงสุก ผัก…

ซุปชาบูน้ำดำ ฮาลาล เข้มข้น

Japanese Black Soup Halal

Japanese Black Soup น้ำซุปญี่ปุ่นเข้มข้น Abushi อยากให้การทำอาหารญี่ปุ่นเป็นเรื่องง่าย ที่ทุกคนสามารถทำทานเองที่บ้านได้ เราจึงมุ่งมั่นคิดค้นสูตรน้ำซุปญี่ปุ่นเข้มข้นนี้ ให้เป็นน้ำซุปอเนกประสงค์ เพียงแค่เทน้ำซุปญี่ปุ่นเข้มข้น สูตรพิเศษของทางร้าน สามารถทำเมนูอาหารญี่ปุ่นได้มากมายหลายเมนู และตั้งใจแบ่งปันความรู้อันลึกซึ้งเกี่ยวกับการทำอาหารญี่ปุ่น เพื่อส่งต่อสูตรอาหารญี่ปุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ให้ทุกท่านได้สนุกกับการทำอาหาร และมีความสุขที่ได้ลิ้มรสความอร่อยจากครัวของคุณ น้ำซุปญี่ปุ่นเข้มข้น สะดวก อร่อย ขวดเดียวจบ   หอมเข้ม กลมกล่อม มีส่วนผสมจากปลาแห้งญี่ปุ่น เข้มข้นด้วยโชยุคุณภาพเยี่ยม หวานหอมจากมิรินและซุปปลา พิสูจน์ความอร่อยเสิร์ฟมานานกว่า 8 ปี ขวดเดียวจบ อร่อยง่าย ไม่ต้องปรุงเพิ่ม • น้ำซุปญี่ปุ่นเข้มข้น ซุปเอนกประสงค์สำหรับทำหลากหลายเมนูญี่ปุ่น ชาบูน้ำดำแบบฉบับญี่ปุ่น ที่สุดของความอร่อย หัวเชื้อชาบูน้ำดำอเนกประสงค์ สามารถทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น ชาบูน้ำดำ บะหมี่เย็น คัตสึด้ง น้ำจิ้มเทมปุระ อุด้งร้อนๆ โอเด้ง ข้าวหน้าเนื้อ หัวปลาแซลมอนต้มซีอิ้ว น้ำจิ้ม เทมปุระ • หอมกลมกล่อม ด้วยส่วนประกอบจากปลาแห้งญี่ปุ่น และซอสถั่วเหลืองจากญี่ปุ่น   •…

มีดของ ทาเคดะ

TAKEDA HAMONO ทาเคดะโชสุอิ โรงงานมีดเก่าแก่

TAKEDA HAMONO ทาเคดะโชสุอิ โรงงานมีดเก่าแก่ ก่อตั้งปี 1957 กว่า 80 ปี อยู่ที่ Niimi จังหวัด Okayama โดดเด่นโดยการทำมีจากเหล็ก Blue Super Steel ได้รับความนิยมจากทั่วโลก สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส อิตาลีและเยอรมนี จนต้องสั่งจองกันข้ามปี ราคาค่อนข้างสูง ไม่ต่ำกว่าหมื่น มีดเล่มนี้ใช้เหล็ก แกนกลางเป็น Aogami Super Steel (blue paper steel super ) เป็นวัตถุดิบสำหรับทำดาบญี่ปุ่น คงทนสูง ลับคมง่าย แล้วก็ไม่เปราะบาง ผิวนอกเป็น Soft iron ทำให้มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแกร่ง แต่ก็ยังมีความยืดหยุ่น มีดของ ทาเคดะ จะไม่ตอกลงใบมีดเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียว จะมีรูปหัวใจ และจะใช้ตัวอักษร AS (Aogami Super) เป็นสัญลักษณ์ มีดจะมี…

ทูน่าส่วนต่าง ๆ แบ่งเป็นหลายส่วน Akami อากามิ ชูโทโร่ โอโทโร่

มาทำความรู้จักเนื้อทูน่ากัน

The Anatomy of Maguro: ทำความรู้จักเนื้อทูน่าส่วนต่างๆ หลายคนอาจเปรียบเปรยว่า “เนื้อวัว” คือราชาแห่งเนื้อบนบกฉันใด “มากุโร่” หรือปลาทูน่า ก็คือราชาแห่งมหาสมุทรฉันนั้น และการเปรียบเทียบนี้ก็ไม่ได้เกินจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะเช่นเดียวกับวัวที่เนื้อแต่ละส่วนมีรสชาติและเนื้อสัมผัสแตกต่างกัน ทูน่าหนึ่งตัวก็เปรียบเสมือนขุมทรัพย์แห่งรสชาติที่ซ่อนความลับไว้ในทุกอณูของเนื้อ ในบทความเรื่อง [ทำไมฮอนมากุโรถึงเป็นที่นิยม: สุดยอดปลาทูน่าญี่ปุ่นที่ต้องลอง] เราได้แนะนำให้รู้จักกับ “ราชาแห่งทูน่า” หรือฮอนมากุโรกันไปแล้ว ในบทความนี้ Abushi จะพาคุณไป “สำรวจ” ร่างกายของราชาองค์นี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อให้คุณเข้าใจว่าทำไมทูน่าจึงเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ไม่มีที่สิ้นสุด สายพันธุ์และส่วนเนื้อหลัก ก่อนจะเจาะลึก ทูน่าในโลกนี้มีหลายสายพันธุ์ มากถึง 7 สายพันธุ์ Bluefin Yellowfin Longtail Albacore Big-eye Blackfin และ Southernfin  แต่สายพันธุ์ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดคือ Bluefin Tuna (ฮอนมากุโร) ที่ให้เนื้อสีแดงเข้ม รสหวาน และสัมผัสนุ่มละมุนที่สุด สายพันธุ์อื่นอาจไม่ได้มีเนื้อสีแดงเสมอไป แต่เป็นครีม ชมพู โดยทั่วไป เนื้อทูน่าจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ อากามิ (Akami) หรือเนื้อแดง และ โทโร่ (Toro) หรือเนื้อส่วนท้องที่มีไขมัน ซึ่งแต่ละส่วนยังสามารถแบ่งย่อยลงไปได้อีกอย่างน่าทึ่ง…

ikura salt Halal ไข่ปลาแซลมอน หมักเกลือ ฮาลาล จำน่ายวัตถุดิบญี่ปุ่น ฮาลาล

Ikura ไข่ปลาแซลมอน

Ikura Gunkanmaki กุงคังมากิ ไข่ปลาแซลมอน (Ikura ไข่ปลาแซลมอน) จิงๆแล้วคำว่า Ikura ที่คนญี่ปุ่นเรียกนั้นมาจากคำว่า Ikra ในภาษารัสเซีย มีความหมายว่าไข่ปลาหรือพวงไข่ปลา เมนู Ikura ไม่ใช่เมนูดั่งเดิมของโตเกียว แต่เป็นที่นิยมรับประทานที่โตเกียวช่วงปี 1970 คนที่ชื่นชอบเจ้า Ikura ไข่ปลาแซลมอน จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ความอร่อยจะอยู่ตรงที่เมื่อขบเบาๆในปากแล้วจะมีน้ำรสเค็มนิดๆกลมกล่อมไหลออกมา กว่าจะเป็น Ikura พร้อมเซิร์ฟต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน นำพวงไข่ปลามาล้างกับน้ำเกลืออุ่นๆ เพื่อให้ไข่ปลาแยกออกจากกัน ไข่ปลาจะแข็งและมีสีขุ่น จากนั้นจึงล้างเมือกไข่ปลาออกให้สะอาด ขั้นตอนสุดท้ายจึงนำไปหมักให้เกิดรสชาติและเกิดความใสน่ารับประทาน โดยส่วนใหญ่ Ikura จะหมักด้วยเกลือ มิรินิ โชยุ และเหล้าสาเก เพื่อให้มีรสชาติและดับกลิ่นคาว จึงทำให้พี่น้องมุสลิมรับประทานไม่ได้ แต่ก็ยังมีทางเลือก เนืองจากมีไข่ปลา Ikura ที่หมักเกลือเพียงอย่างเดียว ราคาจะสูงกว่าทั่วไปมากถือได้ว่าเป็นของพรีเมี่ยม ได้รสชาติของวัตถุดิบอย่างแท้จริง บางท่านอาจจะสงสัยว่าทำไม Ikura ที่เคยรับประทานรสชาติเหมือนเยลลี่ เนื่องจากปัจจุบันมีการทำ Ikura เลียนแบบของจริง ทำจากคาราจีแนน แต่งสีด้วยสีผสมอาหาร แล้วจึงนำไปปรุงรส สีสันอาจจะคล้ายคลึงกันแต่บอกได้เลยว่ารสชาติเทียบกันไม่ได้ วีธีตรวจสอบว่าเป็นของจริงนั้นก็ไม่ยาก…

matcha เครื่องดื่มล้ำค่า แห่งญี่ปุ่น

Matcha เครื่องดื่มล้ำค่า จากจังหวัด ชิมาเนะ ประเทศญี่ปุ่น

มัทฉะเป็นเครื่องดื่มล้ำค่า และมีคุณค่าสูง ในอดีต มัทฉะถูกสงวนไว้เฉพาะสมเด็จพระจักรพรรดิ ราชวงศ์และขุนนางชั้นสูงเท่านั้น แม้ในปัจจุบัน การดื่มมัทฉะจะแพร่หลายไปทั้งประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลก ความพิถีพิถันทุกขั้นตอนก็ยังคงอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย   หากเอ่ยถึง มัทฉะ คนญี่ปุ่นจะนึกถึง มัทฉะ แห่งตระกูล นากามูระ 1 ใน 3 ตระกูลกูรูแห่งชาที่เก่าแก่ และทรงเกียรติที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ปัจจุบัน ทายาทรุ่นที่ 4 แห่งตระกูลนากามูระ ได้รับการยกย่องให้เป็นกูรูชาของประเทศญี่ปุ่น ในฐานะที่เป็นผู้มีความรอบรู้เรื่องมัทฉะอย่างลึกซึ้ง     มัทฉะจะเก็ยบเกี่ยวได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น โดยคัดจากแปลงชาที่สมบูรณ์ที่สุด การเอาใจใส่ในทุกขั้นตอนตั้งแต่… 1 การปลูกมัทฉะ ต้องเลือกพื้นที่ในการปลูกที่อยู่ในหุบเขา เพราะอุดมด้วยดินที่มีแร่ธาตุสูง ช่วยขับรสชาติของมัทฉะให้กลมกล่อมและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว 2 การเก็บยอดชานั้น ต้องเก็บด้วยมือโดยผู้ชำนาญที่มีประสบการณ์เท่านั้น ต้องเลือกเฉพาะยอดอ่อนที่สมบูรณ์ 3 ยอดชาที่เก็บเกี่ยวได้ จะถูกนำเข้าสู่โรงอบไอน้ำให้เร็วที่สุด เพื่อรักษาปริมาณสารคาเทซินในใบชาให้คงอยู่มากที่สุด 4 ร่อนใบชาแห้งเพื่อขจัดกิ่งและก้านออกให้หมด 5 นำไปบดด้วยเครื่องโม่ ที่ทำจากหินชนิดพิเศษ ที่ทำเพื่อการบดมัทฉะโดยเฉพาะ       ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ทำให้มัทฉะเป็นเครื่องดื่มทรงคุณค่า และกลายเป็นวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ นั่นคือ วัฒนธรรมชา   ทางร้าน Abushi ได้บรรจงเลือกสรร คัดวัตถุดิบที่ดีที่สุด เพื่อได้ลูกค้าของเรา ดื่มด่ำกับรสชาติที่แท้จริง